ครั้งหนึ่ง…ในลมหนาว

หลักจากผ่านวันขี้นปีใหม่ปี 2556 ในเพียงวันเดียวเราก็ต้องบอกลาบ้านเกิดเพื่อออกเดินทางตามปณิธานความฝันของตัวเองว่า”ซักวันเราจะต้องดูทะเลหมอกให้ได้” และแล้ววันนั้นก็มาถึงคือวันที่ 2 มกราคม 2556 เราออกจากบ้านเพื่อไปบ้านบี (เพื่อนที่จะไปลุยด้วยกัน) เราก็แบกทั้งเต็นท์ทั้งถึงนอนขึ้นรถตู้จนคนขับรถตู้ถามว่า “น้องจะย้ายบ้านไปไหนเนี่ย” เราก็ยิ้มให้เขาไปแต่ในใจอยากตอบว่าเรื่องส่วนตัว!!! มาถึงบ้านบีที่บางมดก็ประมาณบ่าย 2 เราก็เช็คค่ารถทัวร์ ระยะเวลา สถานที่ท่องเที่ยว สถานที่พัก และจดเบอร์โทรติดต่อของสถานที่ต่างๆไว้เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินซึ่งอาจเกิดขึ้นได้เสมอ เราก็นั่งเช็คข้อมูลอะไรไปเรื่อยๆจนเวลาประมาณ บ่าย 3 โมงกว่าๆ บีก็ชวนบอม(น้องชายบี)ไปด้วย บอมก็เป็นน้องชายที่แสนดีมากใช้เวลาคิดเพียงไม่นานพร้อมกับเพื่อนเขาอีกคนนึงคือน้องนุ เป็นอันว่าทริปเหนือครั้งนี้มีผู้ร่วมทางทั้งหมด 4 คน คือ มิ้นท์ บี บอม นุ เราจะเดินทางโดยการใช้รถส่วนตัว คือ รถแคริบเบียน สีแดงไม่เก่าแค่ประมาณยี่สิบปีเอง555 (บอมเสนอให้เอารถคันนี้เพราะติดแก๊สแล้วที่สำคัญคือประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาก) ปัญหาก็คือ แม่บีกับบอมนะซิ ด้วยความที่เขาเป็นแม่ย่อมเป็นห่วงลูกเป็นธรรมดายิ่งรู้ว่าเอารถไปด้วยยิ่งเป็นห่วงหนักเข้าไปอีกแม่ก็ไม่ยอมให้ไปอย่างเดียวบอกว่ามันอันตราย มันไกล รถมันเก่า ฯลฯ เราเห็นท่าไม่ดีแบบนี้คงไม่ได้เที่ยวแน่ๆเลยลองเปลี่ยนเส้นทางที่จะไปเชียงราย เชียงใหม่ กลับมาอยู่แค่วังน้ำเขียว เขาค้อ ใช้เวลาซักพักแม่ก็ยอมให้ไปซึ่งแม่ก็ไม่ได้เต็มใจนักหรอก เหอๆ พอลงมาเจอป๋าบีอีก ป๋าก็ทำท่าไม่เชื่อว่าจะไปจริงๆเหรอ เอารถคันนี้ไปเหรอ เปลี่ยนเป็นวีโก้ไหมกลัวแคริบเบียนจะมีปัญหาแต่พวกเราก็ยืนยันว่าจะเอาคันนี้ไปเพราะมันประหยัดกว่าเยอะ55 ก่อนไปป๋าก็ให้ บัตรเติมน้ำมันมาหนึ่งพันบาทเป็นทุนในการเดินทาง^^

เราเริ่มออกเดินทางเวลาประมาณห้าโมงกว่าๆไปรอรับนุที่ปั๊มแก๊สระหว่างอยู่ในรถเราก็คุยกันว่าตกลงจะไปไหนกันเพราะป๋าก็โทรมาถามตลอดว่าไปไหน ไปจริงเหรอ แม่ว่าป๋าอยู่เนี่ย พวกเราก็ไม่รู้ทำไงก็เลยบอกป๋าไปว่าไปวังน้ำเขียวป๋าไม่ต้องเป็นห่วง แต่หารู้ไม่ว่าพวกเรากำลังมุ่งหน้าเชียงรายจังหวัดที่อยู่เหนือสุดของประเทศ!!!

ระหว่างเดินทางเราก็นั่งดูบรรยากาศยามดึกของจังหวัดต่างๆ จนเผลอหลับไปทั้งเราและบี ส่วนบอมกับนุเป็นราชรถก็ต้องทำหน้าที่ต่อไป55 เรามาถึงเชียงใหม่เวลาประมาณตีสี่กว่าๆ แล้วก็พักหลับในรถจนถึงประมาณ 7 โมงเช้าซึ่งอากาศก็ไม่ได้เย็นเท่าไหร่ หลังจากล้างหน้าล้างตา เช็ครถเรียบร้อยก็ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่เชียงราย อ่อ ลืมบอกไปว่า การเดินทางในครั้งนี้ไม่ใช่ว่ามาแบบไปตายเอาดาบหน้านะคะ เราจะเช็คกับคู่มือการเดินทางตลอด ซึ่งก็มีผิดพลาดบ้างแต่มันก็ไม่ได้ทำให้ความสนุกน้อยลงนิหน่า

ในที่สุดเวลาแห่งการรอคอยก็มาถึงเมื่อเราเห็นวัดร่องขุ่นแวบๆระยะทางไม่ไกลมาก เราก็มุ่งหน้าสู่วัดร่องขุ่นเพื่อชมความงามทันที

 

หลังจากเยี่ยมชมวันร่องขุ่นเสร็จเราก็ไปหาข้าวกลางวันกินกันซึ่งไม่รู้ว่าจะไปกินที่ไหนก็เลยไปกินที่ Food Court ที่ Central เชียงราย555 แล้วก็มุ่งหน้าสู่ภูชี้ฟ้า สถานที่พักที่แรกในทริปนี้ การเดินทางขึ้นภูชี้ฟ้าเป็นอะไรที่น่าหวาดสียวมาก เพราะเป็นทางขึ้นภูเขาทำให้ชันแล้วก็มีโค้งเยอะยังดีนะที่เราไม่อ้วกเพราะมันน่าเวียนหัวจริงๆ ในที่สุดเราก็เดินทางมาถึงภูชี้ฟ้าจนได้แต่ยังไม่ได้ยอดนะถึงแค่สถานที่กางเต็นท์ เรามาถึงประมาณสี่โมงเย็นอาการก็เริ่มเย็นแล้วถามคนแถวนั้นเขาบอกว่าตอนนี้หนาวน้อยลงแล้วก่อนปีใหม่หนาวมากกก สถานที่กางเต็นท์ของเราเป็นสถานที่ของอุทยานทำให้ไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่เสียค่าผ้าใบกันน้ำค้างลง 100 บาท ค่าฝืน 100 บาท ค่าเสื่ออีก 40 บาท รวม 240 บาท ก็ถือว่าเป็นค่าเช่าที่นั่นแหละ เหอๆ ตอนกลางคืนอากาศที่นี่หนาวมากกกก หนาวแบบไม่เคยเจอ ไม่เคยรู้สึกแบบนี้ตอนอาบน้ำนึกว่าเอาน้ำแช่น้ำแข็งมาให้อาบ อาบเสร็จเลยต้องรีบมาผิงไฟที่ก่อไว้ซึ่งแทบจะเอามือไปอยู่ในกองไฟเพราะอากาศมันหนาวจริงๆ!!! กลางดึกคืนนั้นถือว่าเป็นคืนที่นอนลำบากไม่ใช่เพราะสถานที่หรอกแต่เพราะความหนาว + ลมที่มันพัดฟลายชีทซะปลิวเลย เราตื่นประมาณตี 4กว่าๆ มาล้างหน้าแปรงฟันเพื่อเดินทางไปดูทะเลหมอกบนภูชี้ฟ้า เราต้องนั่งรถสองแถวขึ้นไปบนภูก่อนเสียคนละ 20 บาท แล้วก็เดินเท้าต่อไปอีก 700 เมตรเพื่อไปบนยอดภูชี้ฟ้า ระยะทาง 700 เมตรนี้ ตอนแรกนึกว่าจะสบายๆที่ไหนได้ต้องพักระหว่างทางถึงสองรอบมันเหนื่อยมากอากาศก็หนาวมากลมก็แรงมากกกว่าจะถึงยอดภูแทบจะเป็นลม ง่วงอีกตังหาก เราก็แอบงีบไปหน่อยนั่งอดทนกับความหนาวที่เราไม่พบไม่เคยเจอลมมาทีไม่รู้จะไปหลบที่ไหนทั้งเสื้อกันหนาว ทั้งหมวกไหมพรม ทั้งถุงมือหนาๆ มันเอาไม่อยู่จริงๆ!!! ประมาณ 6โมงกว่าๆเราก็เริ่มเห็นทะเลหมอกที่ปกคลุมไปทั่วพื้นที่ ซึ่งสิ่งนั้นแหละที่ทำให้เรายิ้มได้ ทำให้เรารู้สึกว่ามันคุ้มค่าแล้วแหละกับการเดินทางมาดูทะเลหมอกในครั้งนี้^^ แต่ที่น่าเสียดายนิดนึงคือพระอาทิตย์ขึ้นช้ามากก เจ็ดโมงเราก็เริ่มเดินลงมาหน่อย ซักพักเราก็เห็นแสงแดดอ่อนๆที่ให้ความอบอุ่นไม่ใช่ร่างายแต่รู้สึกอบอุ่นในใจขึ้นมา…

 

หลังจากลงมาจากภูชี้ฟ้าแล้วก็มุ่งหน้าสู่สถานที่ที่สองตามที่วางแผนไว้คือดอยอ่างขาง จ.เชียงใหม่ ใช้เวลาสามชั่วโมงนิดๆก็มาถึงเชียงใหม่แต่เราเลยไปเที่ยวดอยผ้าห่มปกก่อนแล้วค่อยมาที่ดอยอ่างขางระหว่างทางเราก็แวะโลตัสเพื่อซื้อของไปทำอะไรกินที่นั่น การเดินทางสู่ดอยอ่างขางมันเป็นอะไรที่เหนือความหมายมากเพราะเราว่าที่ภูชี้ฟ้าทางมันยากลำบากแล้วทางขึ้นที่นี่ยากลำบากกว่าทั้งทางขึ้นที่ชันแทบจะ 45 องศา ทั้งชันทั้งโค้งก็มี และมันเป็นแบบนี้ตลอดทางT_T เราก็นั่งเกร็งกันอยู่ด้านหลังกับบีเพราะมันน่ากลัวจริงๆ แต่อย่างน้อยเราก็ต้องขอชื่นชมบอมกับนุที่ทำหน้าที่ราชรถได้ดีเยี่ยมถึงแม้ว่าบางทีจะมีหวาดเสียวบ้างก็เถอะ^__^

ในที่สุดเราก็มาถึงดอยอ่างขางชมดอกซากุระเมืองไทย นางพญาเสือโคร่งสีชมพูสวย ถึงแม้มันจะมีน้อยแต่อย่างน้อยมันก็มีให้ดูนะคะ555 เรามากางเต็นท์กันที่ฐานปฏิบัติการดอยอ่างขางเป็นที่ของค่ายทหาร พี่ๆทหารใจดีมากเพราะให้เรายืมทั้งเตาแล้วก็ตะแกรงปิ้งฟรีตลอดงานค่าาา^^ การอาบน้ำที่นี่ก็ไม่ได้ทำให้ผิดหัวงเลยค่ะเพราะมันหนาวมากกก หนาวกว่าภูชี้ฟ้าอีกแล้วเราก็ต้องสระผมอีกตังหาก พระเจ้ามันหนาวจริงๆ555 อาหารมื้อนั่นก็จะเป็นน่องไก่ หมู ปูอัด ข้าวโพด มัน ทุกอย่างใช้วิธีการเดียวคือปิ้งค่ะ^^

อากาศที่นี่ในตอนกลางคืนมันช่างเหน็บหนาวจริงๆอาจเป็นเพราะที่ภูชี้ฟ้ามีผ้าใบกันน้ำค้างให้แต่ที่ดอยอ่างขางกางเต็นท์อย่างเดียวเน้นๆค่ะ^^ ตื่นเช้ามาที่นี่ก็มีเสียงเอะอะโวยวายเต็มไปหมดไอเราก็นึกว่ามีเรื่องอะไรที่ไหนได้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมความงามของสถานที่ เฮ้อ…กะจะนอนให้สบายๆซะหน่อยเลยต้องตื่นเลย-*-

พอเราลงมาจากดอยอ่างขางเราก็มุ่งหน้าสู่ดอยปุยเพื่อไปกินผัดกะเพรา55แล้วก็ลงมาพระธาตุดอยสุเทพต่อเพื่อสักการะบูชาให้เป็นสิริมงคลกับชีวิตซะหน่อย^^ ตอนกลางคืนก็มาเดินถนนคนเดินนิดนึงเพราะเคยเดินแล้วแล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าจะซื้ออะไรอีกอย่างคือง่วงมากก็เลยกลับมานอน อ่อ ที่พักคืนนี้เป็นบ้านของเพื่อนนุเผื่อที่เราจะได้ไม่ต้องไปหาที่กางเต็นท์555 และในเช้าวันรุ่งขึ้นวันที่ 6 มกราคม เราก็เดินทางกลับกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ รวมการเดินทางท่องเที่ยวในครั้งใช้เวลา 5 วัน 3 คืน คือตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม  ถึง 6 มกราคม ^^

ความประทับใจในการเดินทางครั้งนี้ คือ ครั้งนี้เป็นการเดินทางครั้งแรกที่ไปเที่ยวกันเองแล้วก็เอารถส่วนตัวไปด้วยมีความสุขแล้วก็สนุกมากมันเป็นความทรงจำส่วนหนึ่งในชีวิตที่ได้ไปสัมผัสกับบรรยากาศหนาวเย็นของภาคเหนือจริงๆซึ่งก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงแต่ความทรงจำในการท่องเที่ยวครั้งนี้สุดยอดจริงๆ

 

 

 

 

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s